โรงน้ำดื่มชุมชนประชารัฐไทยยั่งยืน ชุมชนตำบลเมืองโพธิ์

นัฐพงษ์ จริบรัมย์

                      ปัจจุบันชุมชนในตำบลบ้านเมืองโพธิ์ได้มีการพัฒนาขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ สังเกตุได้จากการสร้างบ้านเรือนที่ใหญ่โตขึ้น ถนนหนทางดูกว้างขึ้นและมีการปรับปรุงซ่อมแซมถนน และการขยายตัวของชุมชน ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี แต่ทว่าผลเสียที่ตามมาจากการพัฒนาก็คือ เรื่องมลภาวะ หมอกควัน ปัญหาฝุ่น นอกจากนั้น คนในตำบลเมืองโพธิ์ยังประสบปัญหาเรื่องน้ำที่ใช้ในการบริโภค เนื่องจาก ตัวของชุมชนเองได้ตั้งอยู่ในลักษณะที่อยู่ล้อมรอบวัดบ้านเมืองโพธิ์ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถรองน้ำฝน เพื่อเอามาใช้ในการบริโภคได้ เพราะทางวัดได้มีการจดการเผาศพหลายครั้ง ทำให้ฝุ่นควันอาจพัดพามาตก ส่งผลให้น้ำไม่สะอาด และยังมีปัญหาเรื่องนกพิราบที่มีจำนวนมากขึ้น และขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าที่จะรองน้ำฝน ได้เหมือนสมัยก่อน ทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานปกครองในชุมชนได้เล็งเห็นและมีการทำเรื่องของบประมาณเพื่อจัดสร้างโรงน้ำดื่มชุมชน ประชารัฐไทยยั่งยืนขึ้น ดดยได้ดำเนินการสร้างเสร็จ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2561 ซึ่งได้จำหน่ายน้ำให้กับชุมชนในราคาย่อมเยา โรงน้ำดื่มได้ผลิตน้ำดื่ม 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก ขวด 200 มิลลิลิตร ราคาแพ็คละ 40 บาท กับขนาดถังใหญ่ 30 ลิตร ขวดละ 10 บาท โดยเป็นแบบคืนขวด ถ้าต้องการซื้อขวดด้วย ราคา ขวดละ 100 บาท

                  โครงการโรงน้ำดื่มชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการน้ำสะอาดให้กับประชาชนในชุมชน เพราะน้ำคือสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของทุกคน โดยเฉพาะน้ำสะอาดในการใช้ดื่มกินในทุกวันนั้นก็ยังหาได้ทั่วไป แค่เพียงซื้อน้ำสะอาดบรรจุขวดก็ได้แล้ว แต่ราคาหากเทียบกับปริมาณก็ยังนับว่าแพงมาก ยิ่งหากจะต้องซื้อเป็นประจำบ่อยๆ นั้นยิ่งใช้เงินเป็นจำนวนมากหากเทียบยอดเงินที่ต้องใช้ซื้อน้ำต่อปี เพราะน้ำเปล่าบรรจุขวดติดแบรนด์ที่เราๆ รู้จักกันดี มีต้นทุนที่สูงที่เกิดจากกระบวนการผลิต การตลาด การโฆษณา และการจัดส่ง จะดีกว่ามาก หากหลายๆ ท้องถิ่นสามารถผลิตน้ำดื่มสะอาด โดยการสร้างโรงงานน้ำดื่มขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องในคนในชุมชนนั้นๆ ได้ ยิ่งถ้าหากมีทุนจากโครงการภาครัฐเข้ามาสนับสนุนและคนในชุมชนเห็นด้วยในการทำการประเภทนี้ ก็จะมีน้ำดื่มสะอาดบรรจุขวด หรือน้ำดื่มที่ผ่านกระบวนการที่ได้มาตรฐานผ่านตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ที่สามารถขายให้กับทุกคนในชุมชนในราคาถูกกว่าได้

                      ซึ่งปัจจุบันการสร้างโรงงานน้ำดื่มบรรจุขวดขนาดเล็กนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแค่มีงบประมาณเพียง 200,000 – 300,000 บาท ก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งถ้าชุมชนใดมีงบประมาณ หรืองบกองทุนหมู่บ้าน (ชื่อกองทุนอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป) กองทุนโครงการประชารัฐ กองทุนไทยยั่งยืน ฯลฯ ก็สามารถใช้งบประมาณเหล่านี้เพื่อเอามาสร้าง เพื่อให้คนในชุมชนได้มีน้ำดื่มสะอาดดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำดื่มบรรจุถังที่คนในพื้นที่สามารถมาซื้อเองที่จุดบริการหน้าโรงกรองน้ำดื่มชุมชน จะยิ่งสามารถซื้อในราคาที่ถูกกว่าน้ำดื่มบรรจุขวดที่มาจากที่ต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก หลักการทำงานของโรงงานน้ำดื่มประชารัฐจากที่เคยสำรวจมานั้นไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก หรือสลับซับซ้อนแต่เพียงอย่างใด มีหลักง่ายๆ คือ น้ำจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ อาจจะเป็นประปาหมู่บ้าน ต่อเข้าถังระบบกรองบำบัด โดยมีตัวควบคุมซึ่งสามารถตั้งค่าการควบคุมได้ ผ่านไปจนถึงหัวบรรจุลงขวด (หรือผ่านหน้าต่างสแตนเลสที่ขายอยู่ด้านหน้าของโรงน้ำดื่ม) หลังจากที่ได้น้ำดื่มบรรจุขวด จากโรงงานน้ำดื่มของชุมชนที่เกิดจากการลงทุนจากงบประมาณกองทุน ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะของส่วนกลางในชุมชน ก็พร้อมที่จะจำหน่ายให้กับคนในชุมชน หรือคนทั่วไปที่ต้องการน้ำดื่มสะอาด และมีราคาประหยัดกว่าที่ผ่านๆ มาแล้ว

วิดีโอประจำเดือน พฤษภาคม

อื่นๆ

เมนู