นางสาวบังอร  โนนบุ

หลังจากการสาวไหมเพื่อนำเอาเส้นไหมจากรังไหมมาทอเป็นผืนผ้านี่เอง ทำให้เราได้ “ดักแด้หนอนไหม” มาเป็นอาหาร โดยหลังจากที่หนอนไหมเติบโตเต็มที่แล้ว มันก็จะเริ่มพ่นใยพันรอบตัวเองก่อนจะลอกคราบเป็นดักแด้
และกลายเป็นผีเสื้อในที่สุด แต่หนอนไหมส่วนมากไม่ค่อยจะได้โตเป็นผีเสื้อกันเท่าไร เพราะเราจะนำรังไหมนั้นมาต้มและสาวเอาเส้นไหมออกมาจนหมดเส้นใยเพื่อไปถักทอต่อไป
และส่วนที่เหลืออยู่ก็คือตัว “ดักแด้” ที่ชาวบ้านนิยมนำมาทำเป็นอาหาร
ดักแด้ตัวเล็กๆ ที่หลายคนก็ไม่กล้าบริโภคนี้ถือเป็นแหล่งคุณค่าอาหารอีกอย่างหนึ่ง เพราะในดักแด้นั้นให้โปรตีนสูง โดยเฉพาะโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า “เลซิติน”
ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยบำรุงและพัฒนาสมองได้ดี และในดักแด้แห้งจะมีโปรตีนสูงถึง 48.98% เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และ 2 มีเกลือแร่หลายชนิด และยังมีกรดไลโนเลอิคและกรดไลโนเลนิค
ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดไขมันในเลือด ลดการเกิดโรคหัวใจได้ด้วย และหาซื้อได้ตามร้านแมลงทอดรถเข็นหรือที่ตลาดก็มักมีเจ้าตัวนี้วางขายอยู่เสมอ

วิธีทอดดักแด้ จากที่ได้สอบถามผู้เฒ่าในหมู่บ้าน มีวิธีการทำดังนี้

  1. ล้างดักแด้ให้สะอาดและพักสะเด็ดน้ำไว้
  2. ซอยตะไคร้ และใบมะกรูดบางๆ
  3. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย เพื่อเจียวตะไคร้และใบมะกรูดให้มีกลิ่นหอม
  4. หลังจากนั้นจึงใส่ดักแด้ และ ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย ซีอิ๊วขาวและซอสถั่วเหลือง คลุกให้เครื่องปรุงเคลือบดักแด้ตัวอ้วนๆให้ทั่ว

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู