นางสาวจุฑามาศ คะรัมย์

จากตอนที่แล้วที่เล่าถึง ตอนที่ตัวหม่อน ทำรังไหมและนำรังมาต้ม เพื่อที่จะดึงเส้นใยออกจากรัง การต้มรังไหมใช้หม้อดิน หรือหม้ออลูมิเนียม หรือหม้อเคลือบ สำหรับต้มรังไหม เตาไฟ นิยมใช้เตาถ่าน ใช้ไม้คีบกดรังไหมให้จมน้ำไปมา สัก 4-5 ครั้งจากนั้นยกไม้คีบเกลี่ยรังไหมขึ้น เส้นไหมจะหลุดติดไม้คีบขึ้นมา ใช้มือรวบเส้นไหมที่ติดขึ้นมา สอดเส้นไหมใส่รูตะรางพวงสาว ดึงขึ้นไปพันกับลูกกรอกชองพวงสาว 1 รอบ แล้วดึงเส้นไหมผ่านพวงสาวไหมลงตะกร้า หรือกาละมัง ที่เราเตรียมไว้ ทำการสาวไหมจนเส้นไหมหมดก็ตักออก ใส่รังใหม่เข้าไป จะเห็นได้ว่าพอเราสาวไหมจนหมด จะเห็นตัวดักแด้ และตัวดักแด้นั้น สามารถนำมารับประทานได้หลายเมนู ทั้ง ทอด ลาบ และยังมีมูลค่า ขายได้ราคาดีอีกด้วย หลังจากที่เราสาวไหมเสร็จเรียบร้อยแล้วนำเส้นไหมออกจากภาชนะเอาไปตากผึ่งลมให้แห้ง แล้วนำมาแกว่งใส่เครื่องทำใจไหม ชาวบ้านเรียก “เหล่ง” เพื่อให้สะดวกแก่ผู้ใช้ ชาวบ้านที่นี้ บอกว่าจะมีคนที่เค้าต้องการเส้นไหมแบบนี้ เอาไปมัดย้อมสีทำลาย โดยรับซื้อ กิโลกรัมละ 1,500 บาท และบางบ้านก็จะจ้างคนหมู่บ้านอื่นมัดลายให้ โดยนำเอาเส้นไหมเราไปให้เขาทำให้ คิดแค่ค่าทำ 800-1,000 บาท และนำมาทอเอง ผ้าไหม 1 ผืน เมื่อทอเสร็จแล้ว ขายอยู่ในราคาที่ 1,600-1,800 บาทแล้วแต่ลวดลาย ถ้าตัดสำเร็จรูป ก็เริ่มที่ต้นที่ 1,800 บาท ผ้าไหมเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ใครใส่ก็สวย ไม่ว่าจะใส่งานบุญ ไปวัด หรือเอามาตัดทำกระเป๋า ทำเสื้อก็ดูสวย ทุกคนควรอนุรักษ์ไว้นะคะ กว่าจะได้มาแต่ละผืนต้องใช้ระยะเวลาและความพิถีพิถันมากค่ะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อื่นๆ

เมนู