นางสาวเปรมกมล ปลงรัมย์

       ตำบลเมืองฝางเป็นตำบลที่ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลักประชากรส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรและมีอาชีพค้าขายประปรายนอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรก็จะมีอาชีพทอผ้าไหมไว้ขายเลี้ยงหม่อน สานกระด้ง ทำไร่นาสวนผสม เลี้ยงโคกระบือ เลี้ยงแพะ เลี้ยงหนูนา เลี้ยงกบ กวนมะม่วง และปลูกบัวหลวงไว้ขาย  และผู้เขียนได้คัดเลือกอาชีพเสริมที่น่าสนใจมาเขียนบทความ คือ การปลูกบัวหลวง ซึ่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจ และสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนเพราะมีต้นทุนในการผลิตไม่มากจากการสัมภาษณ์พบว่าการปลูกบัวหลวงไปซื้อไหลมาปลูกในสระนาน 1 เมตร ไหลบัวหลวงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ในระดับน้ำไม่ลึกมากเกิน 1 เมตร มีความอ่อนไหวต่อคุณภาพน้ำสูง ชอบแหล่งน้ำธรรมชาติ สะอาด น้ำไม่เน่าเสีย ดังนั้น ระดับน้ำ และคุณภาพของน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกๆที่ต้องพิจารณาสำหรับการปลูกบัวหลวง
การดูแล  การปล่อยน้ำ จะปล่อยน้ำหลังปลูกเสร็จให้ท่วมแปลงในระดับสูงกว่าปลายเหง้าบัวเพียงเล็กน้อย เมื่อต้นอ่อนบัวเริมงอก และตั้งตัวได้แล้วจึงทำการปล่อยน้ำเข้าแปลงอีกครั้ง การใส่ปุ๋ย จะทำการใส่ปุ๋ยครั้งแรกเมื่อเห็นต้นอ่อนของบัวงอกแล้วประมาณ 1-2 อาทิตย์ ทั้งสองครั้งใส่ประมาณ 30 กก./ไร่ นอกจากนี้ในระยะแรกอาจใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ร่วมด้วยในอัตรา 100 กก./ไร่ ไม่ควรใส่ปุ๋ยชนิดนี้มากเพราะอาจทำให้น้ำเน่าเสียได้  การเก็บผลผลิต ผลผลิตที่ได้จากการปลูกบัวหลวงแบ่งได้เป็นหลายส่วน คือ
       ดอก ถือเป็นผลผลิตหลักของการปลูกบัวหลวง เนื่องจากมีความต้องการทางตลาดมากที่สุด การเก็บดอกสามารถเก็บได้ตลอดอายุของบัว ด้วยการตัดก้านดอกยาว 30-40 ซม.
ใบ เป็นผลพลอยได้จากการปลูกบัว นิยมตัดใบอ่อนนำมาใช้ในการห่อข้าวของ หรือพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานบวช
       ฝักบัว ถือเป็นผลผลิตที่มีการจำหน่ายในท้องตลาดชนิดหนึ่งที่นิยมกันมาก เนื่องจากสามารถรับประทานสดได้ หรือนำมาทำของหวานในรูปของเมล็ดบัวเชื่อม การเก็บฝักบัวจะเก็บในระยะฝักแก่
เหง้าบัวหรือรากบัว นิยมนำมาทำรากบัวเชื่อมหรือนำมาปรุงเป็นอาหาร การเก็บรากบัวจะเก็บเมื่อต้นบัวมีปริมาณถี่มากเกินไป
ต้นทุนในการปลูกบัวหลวงประกอบด้วยไหลบัว100บาท ตามบ้านสามารถเพาะพันธ์ได้ตลอดเวลาดอกบัวหลวงราคากำละ 30 บาท ไหลบัว กิโลกรัมละ 70 บาท

 

อื่นๆ

เมนู