โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

บทความประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564

                 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ มหาวิทยาลัยได้สามารถใช้องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมและทรัพยากรในการพัฒนาพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะนำโจทย์หรือปัญหาของประเทศ มาสู่การพัฒนาศักยภาพกำลังคน พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยในพื้นที่จะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆ คือ 1) มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่หน่วยงานบูรณาการโครงการรายตำบล โดยใน 1 ตำบล จะมี 1 มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ดูแล 2) มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลตามปัญหาและความต้องการของชุมชน อาทิ การพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสินค้า OTOP และอาชีพอื่น ๆ) การสร้างและพัฒนา Creative Economy (การยกระดับการท่องเที่ยว) การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (Health Care หรือเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ) และการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม Circular Economy (การเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน) ตามรูปแบบกิจกรรมที่จะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ 3) มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยจ้างงานในการดำเนินโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ ในตำบลที่ทำหน้าที่ดูแล โดยจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณฑิตจบใหม่และนักศึกษา ไม่น้อยกว่า 20 คนในแต่ละตำบล 4) มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ประสานงานและทำงานร่วมกับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการโครงการภายในพื้นที่ 5) มหาวิทยาลัยทำหน้าที่บูรณาการและสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ที่ไปดำเนินการโครงการภายในตำบล ในด้านองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 6) มหาวิทยาลัยจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชนรายตำบล (Community Big Data) เพื่อให้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมีเป้าหมายชัดเจน ซึ่งในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทางเรา u2t ตำบลเสม็ดได้นำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน

การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน 

            โดยการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้กิจกรรมทางกายแบบองค์รวมเพื่อหนุนเสริมคุณภาพชีวิตคนในตำบลเสม็ด เช่น การออกกำลังกายแบบโยคะ การใช้ยางยืด กระบองและลูกบอล เป็นต้น บทความในเดือนตุลาคมนี้ ผู้เขียนจะนำเสนอในเรื่องการออกกำลังกายในรูปแบบของโยคะ ซึ่งเป็นสิ่งให้เกิดความสมดุลในร่างกายของเราและเมื่อเรามีกายที่สมดุล มีจิตที่สงบนิ่งมั่นคงก็จะช่วยยกระดับจิตให้สูงขึ้นเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ โดยจะนำเสนออยู่ 2 ท่า ที่ผู้เขียนสนใจ ได้แก่ ท่างูและท่าต้นไม้ ดังนี้

                          1). โยคะท่างู เริ่มต้นด้วยการนอนคว่ำราบกับพื้น ให้เท้าเหยียดตรงหลังเท้าแนบชิดพื้น มือทั้งสองวางไว้ข้างลำตัวโดยให้อยู่ระดับเดียวกันกับหัวไหล่ พยายามกดเท้า กดกล้ามเนื้อต้นขาและกดกล้ามเนื้อสะโพกให้ราบกับพื้น หายใจเข้าให้ลึก ๆ แล้วใช้มือทั้ง 2 ข้างยันพื้นเพื่อเหยียดข้อศอกให้ตรง พร้อมกับยกศีรษะ ไหล่ หน้าอก เอวให้สูงขึ้น ทำท่านี้โดยไม่ฝืนจนรู้สึกปวดหลัง ทำค้างไว้ 15-30 วินาที จากนั้นหายใจออกให้ค่อย ๆ คลายกล้ามเนื้อหย่อนตัวลงราบกับพื้น สามารถทำซ้ำ ๆ กันได้ 3-5 ครั้งตามความเหมาะสม ประโยชน์ของการฝึกโยคะท่างู ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย โดยเฉพาะ กระดูกสันหลัง ไหล่ และหน้าท้อง ช่วยให้กระชับกล้ามเนื้อส่วนสะโพก ช่วยกระตุ้นอวัยวะในช่องท้อง ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเครียด ทำให้ร่างกายมีความผ่อนคลาย ช่วยทำให้การทำงานของปอดและหัวใจดี ทำให้โรคหอบหืดหายได้ ข้อควรระวังในการฝึกโยคะท่างู สำหรับคนที่มีโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง รวมถึงเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ควรทำท่านี้ สตรีที่ตั้งครรภ์อยู่ก็ควรหลีกเลี่ยงท่านี้ สำหรับคนที่มีอาการปวดหัวอยู่ไม่ควรทำท่านี้

โยคะท่างู

                        2). โยคะท่าต้นไม้ เริ่มด้วยการยืนตัวให้ตรง เท้าทั้งสองข้างชิดกัน หน้ามองตรง โดยให้แขนและมือแนบกับลำตัว จากนั้นยกขาขวาขึ้นแล้วจับข้อเท้าไปวางบนต้นขาซ้ายด้านใน ทำการทรงตัวไม่ให้ล้ม พยายามให้จิตจดจ่ออยู่กับท่า ปล่อยวางภาระหน้าที่ทั้งหลาย ทำสมาธิ พอทรงตัวได้แล้ว ยกมือขึ้นพนมไว้ที่กลางอกหรือจะยกขึ้นไว้เหนือศรีษะ โดยให้แขนเหยียดตรง หายใจเข้าให้ลึก ๆ แล้วหายใจออกช้า ๆ จนหมดลม ค้างไว้ซัก 30-60 วินาทีหรือตามความชำนาญ เสร็จแล้วก็ยกขาลงแล้วทำสลับกับขาอีกข้างนึง ประโยชน์ของการฝึกโยคะท่าต้นไม้ ช่วยยืดและทำให้กล้ามแข็งแรง โดยเฉพาะ กล้ามเนื้อส่วนต้นขา ส่วนน่อง ข้อเท้าและส่วนสันหลัง ช่วยความสมดุลของร่างกายดี ช่วยปรับบุคลิกภาพให้หลังตรง ช่วยลดอาการปวดหลัง รวมถึงลดอาการปวดที่ฝ่าเท้า ข้อห้ามในการฝึกโยคะท่าต้นไม้ ท่านี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ปวดหัวอยู่ สำหรับคนที่มีอาการนอนไม่หลับไม่ควรทำท่านี้ สำหรับคนที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ ให้งดการทำท่านี้ สำหรับคนที่มีปัญหาที่กรระดูกสันหลังไม่ควรทำท่านี้

โยคะท่าต้นไม้

             ศาสตร์การเล่นโยคะ ถือกำเนิดมาอย่างยาวนานหลายพันปี การเล่นโยคะไม่เพียงเป็นการออกกำลังกาย แต่ต้องผ่านการฝึกฝนที่ดีทั้งในรูปแบบในการเคลื่อนไหวและการหายใจ ทำให้การออกกำลังกายเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหาและหากได้ลองฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ได้นั้นก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพดีอย่างชัดเจน แต่ที่สำคัญให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับท่าทางต่าง ๆ ให้ดีก่อนครับ

 

ผู้เขียนบทความ

นายภัทรวิทย์ ปรุงเรณู

ประเภท ประชาชน

SC-07 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์

ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

ลิ้งค์วีดีโอประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564

อื่นๆ

เมนู