ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่ชุมชนบ้านโคกเมือง หมู่ที่ 6 ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน มีพื้นที่ 1-2 เมตร ยาวอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 510 เมตร ยาวประมาณ 1090 เมตร โดยทิศทางทิศใต้และทิศตะวันออกมีบ้านเรือนของราษฎร

 

ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว

กำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลง สูงประมาณ 2.70 เมตร ล้อมรอบบริเวณปราสาท มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 120 เมตร ยาว 127 เมตร สันกำแพงทำเป็นร่องยาวสำหรับวางแท่นหินทราย  เจาะรูเพื่อปักบราลี

ซุ้มประตูทางทิศตะวันตกและตะวันออก จะชักปีกกาจากห้องกลางทั้งสองข้างมีประตูบันไดขึ้นลง ทิศเหนือและทิศใต้มีการชักปีกกาออกทั้งสองข้าง ประตูและบันไดเป็นทางขึ้นเฉพาะทางเท่านั้น

ซุ้มประตูตะวันออกเป็นพื้นทราย และมีการสลักเส้นรูปดอกบัว 8 กลีบ ประกอบด้วยทิศสำคัญ 8 ทิศ บ่งบอกถึงความสะอาดบริสุทธิ์ที่มีความเป็นสิริมงคลของดอกบัว

ฐานกำแพงแก้ว และซุ้มประตูได้ทำฐานแผ่ไว้เบื้องล่างอีกชั้นหนึ่ง เพื่อเสริมความมั่นคงควบคู่กับ 4 ทิศ โดยรอบของปราสาท

 

บรรณาลัย

บรรณาลัยมีจำนวน 2 หลัง สร้างด้วยอิฐ บนฐานศิลาแลง มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อยู่ด้านทิศตะวันออก โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ทับหลังของบรรณาลัยทั้งสองหลัง สลักเป็นรูปบุคคลนั่งชันเข่าในมือถือดอกบัว ประทับนั่ง เหนือหน้ากาลที่คาย ท่อนพวงมาลัยไม่มี อุบะแบ่งเสี้ยว ตามแบบศิลปะเขมรบาปวน ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16

ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประธาน มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง มีประตูเข้าออก ด้านทิศตะวันตกเพียงด้านเดียว ภายในไม่พบรูปเคารพ  หลังคาทำเป็นรูปประทุนเรือ โดยการวางหินซ้อนซ้อนเหลี่ยมกันขึ้นไปบรรจบกับแบบเดียวกับหลังคา  ระเบียงคด 11.60         7.10 เมตร สูง 5เมตร อาคารลักษณะนี้ ศิลปะเขมร เรียกว่า บรรณาลัย ซึ่งหมายถึง ที่เก็บคัมภีร์

ปราสาทอิฐ 5 องค์

ปราสาทประธานตั้งอยู่ตรงกลางของแถวหน้าขนาดใหญ่กว่าปราสาทบริวารคงเหลืออยู่แต่ส่วนฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อเก็จขนาดประมาณ 7 X 7 เมตรหันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออกมีการประดับผนังด้วยปูนเนื่องจากได้พบหลักฐานทางผนังด้านทิศเหนือลักษณะทางสถาปัตยกรรมของปราสาทประธานจะดูได้จากปราสาทบริวารเพราะรูปทรงเหมือนกันต่างกันแต่ปราสาทประธานมีมุขหน้าส่วนปราสาทบริวารไม่มี

ปราสาทบริวารแถวหน้าอยู่สองข้างของปราสาทประธานมีขนาดเท่ากันคือกว้างและยาวประมาณ 5 เมตรเหนือส่วนฐานขึ้นไปเป็นส่วนเรือนธาตุหรือตัวอาคารซึ่งก่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีประตูทางเข้า-ออกประตูเดียวทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้าส่วนผนังด้านอื่น ๆก่อทึบเป็นประตูหลอกเป็นรูปบานประตูสองบานปิดเข้าหากันมีอกเลาอยู่ตรงกลางเลียนแบบบานประตูไม้เหนือเรือนธาตุขึ้นไปเป็นส่วนหลังคาหรือส่วนยอดซ้อนขึ้นไปลดหลั่นกันรวม๕ชั้นแต่พังทลายไปกลุ่มปราสาทอิฐThe group of Brick towersปราสาทประธานThe foundation of the Principle towerปราสาทบริวารแถวหลังด้านทิศใต้ OBrick tower, Southern back row

เหลือเพียง 2 ชั้นที่ยอดบนสุดของปราสาทแต่ละหลังจะประดับด้วยบัวยอดแกะสลักเป็นกลีบบัวโดยบัวยอดของปราสาทประธานมีขนาดใหญ่ที่สุดทับหลังปราสาทบริวารแถวหน้าองค์ด้านทิศใต้แสดงภาพบุคคลประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาเหนือหน้ากาลที่แลบลิ้นออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยมมือจับท่อนพวงมาลัยเหนือท่อนพวงมาลัยสลักเป็นลายใบไม้รูปสามเหลี่ยมใต้ท่อนพวงมาลัยสลักเป็นลายใบไม้ม้วนอย่างสวยงามแถวบนทับหลังสลักเป็นรูปฤษีมีรูปแบบศิลปะเขมรแบบบาปวนราวครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 ทับหลังของปราสาทบริวารแถวหน้าองค์ทิศเหนือแสดงภาพอุมามเหศวรโดยสลักเป็นรูปพระศิวะประทับในท่ามหาราชลีลาพระหัตถ์ซ้ายประคองนางอุมาพระหัตถ์ขวาถือตรีศูลประทับนั่งบนโคนนทิแถบบนทับหลังสลักเป็นแถวฤษีมีรูปแบบศิลปะแบบบาปวนที่มีอิทธิพลศิลปะแบบคลังน่าจะสลักขึ้นในราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 16

ปราสาทบริวารแถวหลังฐานกว้างประมาณ 4x 4 เมตรลักษณะเหมือนกับปราสาทบริวารแถวหน้าทับหลังของปราสาทองค์ทิศใต้สลักเป็นภาพพระวรุณเทพเจ้าแห่งฝนและเทพผู้รักษาทิศตะวันตกประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาบนหงส์สามตัวเหนือหน้ากาลมือหน้ากาลจับท่อนพวงมาลัยที่มีพวงอุบะแบ่งเสี้ยวเหนือรูปพระวรุณขึ้นไปสลักเป็นกรอบทรงสามเหลี่ยมที่มีฤษีอยู่เพียง๒กรอบส่วนทับหลังของปราสาทองค์ทิศเหนือเป็นภาพพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะทับหลังทั้งสองชิ้นนี้จัดเป็นศิลปะแบบบาปวนที่มีอิทธิพลศิลปะแบบคลังอยู่ในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่๑๖ลักษณะเสาประดับกรอบประตูของปราสาททั้ง๕หลังเป็นเสา๘เหลี่ยมตั้งรองรับทับหลังลําตัวของเสามีการสลักเป็นรูปวงแหวนเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ พร้อมลวดลายใบไม้ทรงสามเหลี่ยมขนาดเล็กและลายดอกไม้แต่มีเพียงเสาประดับกรอบประตูปราสาทอิฐบริวารแถวหน้าด้านทิศเหนือและปราสาทบริวารแถวหลัง๒องค์เท่านั้นที่สลักสมบูรณ์ส่วนที่เหลือรวมทั้งเสาประดับกรอบประตูของซุ้มประตูระเบียงคดซุ้มประตูกําแพงแก้วและบรรณาลัยจะทําเป็นเสาเหลี่ยมโดยไม่มีการสลักลวดลายใด ๆประกอบปราสาทบริวารแถวหลังด้านทิศใต้ OBrick tower, Southern back rowปราสาทบริวารแถวหลังด้านทิศใต้ OBrick tower, southern back rowปราสาทบริวารแถวหลังด้านทิศเหนือBrick tower, northern back row

ต่อมาภายหลังมีการปรับปรุงบูรณะด้วยการยกพื้นศิลาแลงเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่งสังเกตได้จากลวดบัวหรือเส้นลวดบริเวณฐานของปราสาททั้ง๕องค์และบริเวณโดยรอบของบรรณาลัยทั้ง๒หลังพื้นศิลาแลงที่ปูเพิ่มใหม่จะสูงกว่าบันไดทางขึ้นของบรรณาลัยและสูงกว่าบริเวณที่เป็นบัวคว่ำของฐานปราสาทอิฐ

อ้างอิงhttp://virtualhistoricalpark.finearts.go.th/prasatmuangtam/index.php/th/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5.html?layout=edit&id=13

อื่นๆ

เมนู