ข้าพเจ้านายวรพงษ์ อ้วนเสมอ ประเภทบัณฑิตจบใหม่ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดำเนินงาน

โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย

สืบสานงานพันปี เครื่องเคลือบดินเผาบ้านกรวด

โครงการพัฒนาเครื่องเคลือบเครื่องปั้นดินเผา เป็นโครงการที่สืบสานตำนานเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่พบมากในเขตอำเภอบ้านกรวด

ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีความสำคัญที่จะอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ความเป็นมาของชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ

ในการผลิตเครื่องเคลือบโบราณที่เราค้นพบในเขตอำเภอบ้านกรวดนั้น ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลและแบบอย่างมาจากประเทศจีน มีการค้นพบผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผาในสมัยราชวงศ์ถังของจีนในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก และพบใกล้บริเวณเตาเผา ซึ่งมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ภาชนะที่ขุดพบบางชนิดนั้นมีตัวอักษรจีนปรากฏอยู่ วัตถุประสงค์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบโบราณเพื่อเป็นภาชนะใช่สอยในบ้านเรือน เพื่อเป็นวัสดุที่ใช้ประกอบการสร้างอาคารสถานที่ เพื่อเป็นภาชนะที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม เพื่อเป็นของสำหรับเด็กเล่น และเพื่อใช้เป็นสิ่งของเพื่อแลกแทนเงินตรา

จากการสันนิษฐานจากแหล่งข้อมูลในท้องถิ่นที่พบบริเวณเตาเผาโบราณของอำเภอบ้านกรวดนั้น นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า บริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางในการผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบสมัยโบราณที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด และผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้นำไปจำหน่ายในแหลมอินโดจีนราชอาณาจักรต่างๆ ทั่วทั้งอาณาจักร ในอำเภอบ้านกรวดจะสามารถค้นพบเครื่องเคลือบดินเผาตามแหล่งเตาเผาโบราณกระจายอยู่ทั่วไป เกือบทุกตำบล ซึ่งแต่ละแห่งล้วนเป็นเตาขนาดใหญ่ โดยแหล่งเตาเผาโบราณเขตอำเภอบ้านกรวดมีกลุ่มเตาหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น กลุ่มเตาบ้านถนนน้อย กลุ่มเตาบ้านโคกใหญ่ กลุ่มเตาบ้านคูน้อย กลุ่มเตาบ้านโคกยาง กลุ่มเตาบ้านตาปางน้อย กลุ่มเตาบ้านละหอกตะแบง กลุ่มเตา บ้านโตง กลุ่มเตาบ้านสายโท 4 โดยในการรวบรวมเครื่องเคลือบดินเผานั้น จะได้รับบริจาคจากชาวบ้าน นักเรียนและผู้ปกครองร่วมบริจาคหรือขอซื้อโดยตรงจากชาวบ้าน

ประเภทของเครื่องเคลือบดินเผา
ผู้เชี่ยวชาญได้แบ่งประเภทของเครื่องเคลือบดินเผาไว้หลายประเภท โดยจะสามารถแยกตามลักษณะของเครื่องเคลือบดินเผาได้ดังนี้
– รูปทรงประเภทโถ แบ่งเป็นโถทรงสูงและโถทรงเตี้ย
– รูปทรงประเภทตลับ มีฝาปิด เคลือบทรงเตี้ย บางชิ้นจำลองลักษณะเลียนแบบผลไม้
– รูปทรวงประเภทกระปุก เป็นแบบเนื้อแกร่ง เนื้อภาชนะสีขาว ปากผาย บานเตี้ยก้นภาชนะมีรอยขีดขดเป็นวงๆ มีลักษณะเป็นกระปุก คอสั้นและยาว ตรงกลางป่อง เคลือบกุเลนและเคลือบเข้ม
– รูปทรงประเภทถ้วย ชาม พบมากที่สุด มีเนื้อหยาบและเนื้อแกร่ง มีทำเคลือบสีอ่อนและสีเข้ม ไม่เคลือบก็มี รูปทรงมีหลายประเภท เช่น ถ้วยขนาดเล็ก ชาม ถ้วยรูปทรงต่างๆ
– รูปทรงคณโฑ ภาชนะทรงสูง คล้ายกระปุกหรือขวด แต่มีพวยกาตรงกลาง

นอกจากนั้นลักษณะของเครื่องเคลือบดินเผาที่พบยังมีการแบ่งตามแหล่งเตาเผา เช่น แหล่งเตาเผาบ้านถนนน้อย เตาเผาโบราณพันปีที่บ้านกรวด เตาเผาโบราณพันปีที่บ้านกรวดที่ค้นพบนี้ ตั้งอยู่ในเขตบ้านถนนน้อย ตำบลหินลาด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านกรวดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5 กิโลเมตร ชาวอำเภอบ้านกรวดตั้งชื่อเตาเผาโบราณที่ค้นพบแห่งนี้ว่า เตาเผานายเจียน เพราะเตาเผาโบราณแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่นาของนายเจียน ซึ่งในปัจจุบันเตาเผาได้ถูกทำลายไปแล้ว 3 เตา เมื่อราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2529 นี้ เป็นเตาเผาที่ใช้สำหรับเอา ลักษณะของเตาเผาโบราณแห่งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งสำหรับใส่ไฟไว้สำหรับใส่ฟืนหรือวัสดุที่ให้ความร้อน เช่น ไม้ซุงเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผา ส่วนที่สองวางวัสดุที่จะเผา ส่วนนี้มีการสร้างไว้อย่างเป็นระเบียบ ใช้สำหรับเป็นที่วางวัสดุที่จะเผา มีการสร้างไว้เป็นชั้นๆ มีที่สำหรับป้องกันเพื่อไม่ให้วัสดุที่จะเผาร่วงหล่น ในขณะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิระหว่างการเผากับภาชนะที่เผา และส่วนที่สามปล่องเผา สร้างไว้สำหรับใช้ในการระบายความร้อน ซึ่งอยู่ข้างหลังลักษณะทั่วไปของเตาเผาโบราณแห่งนี้ มีรูปร่างค่อนข้างกลมรี ส่วนตัวเตาเป็นเตาดิน ก่อแบบระบายความร้อนในแนวเฉียง สร้างซับซ้อนกันกลายๆ ครั้ง ส่วนโตรงเตานั้นสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถเผาผลิตภัณฑ์อุณหภูมิ 1,200-1,250 องศา มีแบบเพิ่มและลดความร้อนด้วยออกซิเจน ซึ่งทำให้พบเศษของผลิตภัณฑ์ที่เผาต่างๆ ตกทับถมอยู่ในเตาเดียวกัน ส่วนมากผลิตภัณฑ์ที่เผานั้นมีความคล้ายคลึงกันและเหมือนกับราชวงศ์ถังของจีน จากการพิสูจน์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า เรดิโอคาร์บอน โดยการศึกษาตัวอย่างของถ่านที่ค้นพบในบริเวณเตาเผาโบราณแห่งนี้ ทำให้เราทราบว่า เตาเผาโบราณแห่งนี้มีการสร้างเป็น 2 ช่วงสมัย คือ สมัยพุทธศตวรรษที่ 13 ถึงปลายสมัยพุทธศตวรรษที่ 14  เป็นช่วงที่ 1 และสมัยพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นช่วงที่ 2

แหล่งเตาเผาสาย ตั้งอยู่ที่บ้านโคกใหญ่ หมู่ที่ 9 ตำบลโนนเจริญ ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านกรวดประมาณ 7 กิโลเมตร จัดเป็นเตาเผาประเภท SLABKILN ก่อด้วยดินเหนียวหรือดิน มีช่องระบายความร้อนในแนวนอนหรือเฉียงขึ้น สันนิษฐานว่าเตาเผาแห่งนี้ เกิดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 15-17 แหล่งเตาเผานี้ผลิตเครื่องเคลือบดินเผามากมายหลายประเภท เช่น ไห พาน แว่นฟ้ากระปุก คณโฑ ล้วนมีเนื้อดินปั้นแบบแกร่งหรือสโตนแวร์ (Stoneware) มีทั้งเคลือบสีเขียวใส เคลือบสีน้ำตาลและแบบไม่เคลือบ ซึ่งได้แก่
– เครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีเขียวใส และสีเขียวเข้ม  มีทั้งชามและไหขนาดใหญ่ เนื้อดินปั้นของชาสีเขียว ส่วนเนื้อดินปั้นของไหจะเป็นสีเทา ชามจะเคลือบสีเขียวใสทั้งภายในและภายนอกส่วนไหจะมีปากผายกว้าง เคลือบสีเทาด้านนอกและบริเวณรอบปากไหด้านใน
– เครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีน้ำตาล มีทั้งกระปุก ตะคัน และไหขนาดต่างๆ เนื้อดินปั้นเป็นแบบเนื้อแกร่งสโตนแวร์ (Stoneware) ทีทั้งสีเหลือง สีเทาเข้มและสีดำ ซึ่งมีสีของน้ำตาลเคลือบมีทั้งสี แบบเนื้อเข้มจนดำเป็นมัน สีน้ำตาลออกเหลือง สีเขียว สีน้ำตาลมีรอยน้ำเคลือบสีเขียวเป็นทาง สีน้ำตาลเหลืองอมทอง
– เครื่องปั้นดินเผาไม่เคลือบ เครื่องปั้นดินเผาพวกนี้ มีเนื้อดินปั้นแกร่งแบบสโตนแวร์ (Stoneware) สีแดง ซึ่งมีทั้งชาม อ่าง และไห ล้วนประดับรอบคอและไหล่ ลายเส้นโค้งซ้อนแบบลายพวงระย้า

อำเภอบ้านกรวดได้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภูมิปัญญามรดกทางวัฒนธรรม จึงได้จัดงานเครื่องเคลือบพันปี เป็นประเพณีที่สืบมาตั้งแต่ปี 2535 โดยการริเริ่มของนายบุญทิศ ดวงจันทร์ นายอำเภอบ้านกรวดในขณะนั้น และได้มีการกำหนดให้มีการจัดงานขึ้น ในราววันที่ 1-3 เดือนเมษายนของทุกปี ในงานมีการแสดงเกี่ยวกับการละเล่นท้องถิ่นอย่างมากมาย เช่น เรือมอันเร การแข่งตำข้าวโบราณ การแข่งขันแห่บั้งไฟ การแข่งขันตำส้มเขมร และอื่นๆ เพื่อให้ได้มีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น และได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี

อ้างอิง
กองโบราณคดี กรมศิลปากร. (2532). เตาบ้านกรวดบุรีรัมย์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

รูปการทำกิจกรรม

วีดีโอประจำเดือนกันยายน

อื่นๆ

เมนู