เมื่อปี 2554 ประเทศไทยประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความเสียหายแก่ผู้คนในหลายจังหวัด ดิฉันยังจำได้ดีถึงการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดของผู้คนที่ประสบอุทกภัย มีการส่งข้าว อาหารแห้งและน้ำดื่มสะอาดไปยังที่ที่ประสบภัย ในปี 2564 ปัญหาอุทกภัยยังคงดำรงอยู่ไม่หายจากคนไทยไปไหน

      อำเภอนาโพธิ์และพื้นที่ราบลุ่มตอนเหนือริมฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งประกอบด้วยอำเภอพุทไธสง คูเมือง สตึก และนาโพธิ์ต้องประสบปัญหาอุกภัยทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน เห็นได้ชัดว่าทางภาครัฐไม่ได้จัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มหรือพื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าระดับน้ำทะเลต้องประสบกับปัญหาอุทกภัยที่ซ้ำซากและยังไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

ที่มารูปภาพ:กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand

แม้จะมีการยกระดับเศรษฐกิจของสังคมรายตำบลที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้มีรายได้เข้ามาหมุนเวียนในชุมชนหรือมีโครงการต่างๆที่ช่วยขจัดปัญหาความยากจนของคนในชุมชน ถึงกระนั้นหากไร้การวางแผนเกี่ยวกับการจัดการภัยธรรมชาติ เช่นอุทกภัย ที่เกิดขึ้นในชุมชนเป็นประจำทุกๆปี ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในสังคมรายตำบลและระดับประเทศในทางลบ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อผู้คนในชุมชนทีต้องนำรายได้หรือทรัพย์สินที่ตนมี มาจัดการปัญหาภัยธรรมชาติด้วยตนเองเนื่องจากภาครัฐไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างท่วงที

ดังนั้น การปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาอุทภัยอย่างจริงจังและอย่างยั่งยืนควรเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด การแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืนนี้มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับสังคมรายตำบล เมื่อปัญหาอุกภัยได้ถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน คนในชุมชนสามารถนำรายได้ไปต่อยอดและวางแผนได้ในระยะยาว

โดยไม่ต้องกังวลว่าเศรษฐกิจจะหยุดชะงักเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน

อื่นๆ

เมนู