1. หน้าแรก
  2. คณะเทคโนโลยีการเกษตร
  3. AG01(2) - ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์
  4. บทความประจำเดือน เมษายน 2564 กลุ่ม AGO1(2) โครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร 4.0 ด้านปศุสัตว์ และยกระดับมาตรฐานสินค้า OTOP ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร (สัตวศาสตร์) มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล ณ บ้านบง หมู่ที่ 4, บ้านโคกเมฆ หมู่ที่ 11 , บ้านโนนตะคร้อ หมู่ 12 และบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

บทความประจำเดือน เมษายน 2564 กลุ่ม AGO1(2) โครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร 4.0 ด้านปศุสัตว์ และยกระดับมาตรฐานสินค้า OTOP ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร (สัตวศาสตร์) มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล ณ บ้านบง หมู่ที่ 4, บ้านโคกเมฆ หมู่ที่ 11 , บ้านโนนตะคร้อ หมู่ 12 และบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

กระผม นายอิทธิพร ปุริเส ประเภท นักศึกษา ทำงานภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ระยะเวลาโครงการ 11 เดือน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ 4 หมู่บ้าน บ้านบง หมู่ที่ 4,  บ้านโคกเมฆ หมู่ที่ 11 , บ้านโนนตะคร้อ หมู่ 12 และบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านคู อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์  โดยแผนการดำเนินมีเป้าหมายการลงพื้นที่เก็บข้อมูลตามแบบฟอร์ม 3 แบบ คือ แบบฟอร์ม 01 ข้อมูลระดับบุคคล ครัวเรือนและชุมชน แบบฟอร์ม 02 ผลกระทบจากโรคโควิด-19 และ แบบฟอร์ม 06 แบบสำรวจเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่

ในเดือนเมษายน กระผมได้ปฏิบัติงาน ดังนี้

วันที่ 1 เมษายน 2564 กระผมและทีมงานเเละอาจารย์ประจำหลักสูตร ได้ลงพื้นที่สำรวจวิสาหกิจชุมชน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านโนนสะอาด บ้านโนนตะคร้อ และบ้านโคกเมฆ โดยเริ่มจากบ้านโนนสะอาด กระผมเเละทีมงานนัดประชุมกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสอบถามตัวเเทนกลุ่มปลูกผักกอินทรีย์ จากการสอบถามได้ข้อมูล สมาชิกในกลุ่มมี 55 คน  ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน จำนวนแปลงผักมีทั้งหมด 13 ไร่ มีการเก็บเมล็ดพันธ์ุเองเเละซื้อมาจากตลาดแต่ส่วนใหญ่สมาชิกในกลุ่มก็ซื้อมาจากตลาด ปลูกผักหลายชนิดและมีระยะเวลาในการปลูกผัก   ดังนี้ ผักกาดขาว กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก มะเขือพวง มะเขือเทศ พริก มะละกอ ถั่วฝักยาว ใช้ระยะเวลาในการปลูก  2 เดือน  แตงกวา คะน้า สลัด ผักชีจีน ผักชีลาว ขึ้นฉ่าย หัวไชเท้า กวางตุ้ง เรดิช ใช้ระยะเวลาในการปลูก 45 วัน ผักบุ้ง ใช้ระยะเวลาในการปลูก 15 วัน มีแหล่งรองรับซื้อ มีออเดอร์มาจากส่วนกลาง แต่ว่าไม่สามารถทำผลผลิตให้ได้เนื่องจากปัจจัยในการผลิตไม่เพียงพอ น้ำไม่เพียงพอและพื้นในการปลูกไม่ได้ใหญ่พอ และถ้าขายส่งให้เขาจะต้องทำทั้งปีแต่ว่ากลุ่มนี้ทำแค่ฤดูหลังเก็บเกี่ยวคือช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม จึงขายได้เฉพาะในหมู่บ้านเเละอาจจะมีพ่อค้าขายผักมารับซื้อบ้าง

ภาพที่1 สอบถามข้อมูลผู้ใหญ่บ้านโนนสะอาด

ภาพที่2 เยี่ยมชมแปลงผัก

ภาพที่3 กระผมและทีมงานถ่ายรูปร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน

ต่อด้วยบ้านโนนตะคร้อ กระผมเเละทีมงานได้เข้าไปสอบถามกลุ่มทอผ้าไหม จากการสอบถามได้ข้อมูลคือ กลุ่มนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจ สมาชิกในกลุ่ม มี 30 คน และทำมาแล้ว 20 ปี สมาชิกในกลุ่มทำเป็นอาชีพหลัก ในการทำก็เริ่มทำตั้งแต่การเลี้ยงไหมเอง ทอเอง ทำเองทุกอย่าง และเคยมีหน่วยงานมาออกแบบลวดลายผ้าไหมให้ แต่ส่วนมากจะทำลายทั่วไป มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์มาออกแบบลายต้นตะคร้อ ลวดลายที่นิยมทำคือ ลายนกยูงและตีนเเดง ในการขายก็จะมีแหล่งรับซื้อ คือส่งร้านภูฟ้าเเละมีพ่อค้ามาเลือกซื้อเอง แต่ราคาที่ได้ก็จะต่างกัน ในการส่งร้านภูฟ้า จะมีออเดอร์มา 4 เดือน/ครั้ง ขายได้ 70,000/ครั้ง แต่พ่อค้าที่มาเลือกซื้อเอง ยอดซื้ออยู่ที่ประมาณ 60,000/ปี ในการย้อมสีจะเป็นสีธรรมชาติเเละสีเคมี สีธรรมชาติจะมีจากเปลือกไม้ ใบยูคา ใบสมอ ปัญหาของกลุ่มทอผ้าไหมคือ เส้นยืนราคาเเพง สีตกง่าย และปัญหาในการเลี้ยงหม่อนคือไม่มีใบหม่อนเนื่องจากแล้ง

ภาพที่4 สอบถามประธานกลุ่มผ้าไหมบ้านโนนตะคร้อ

ภาพที่5 กระผมและทีมงานถ่ายรูปร่วมกับชาวบ้าน

และหมู่บ้านสุดท้าย คือ บ้านโคกเมฆ  เข้าไปสอบถามกลุ่มทอผ้าไหม จากการสอบถามได้ข้อมูลดังนี้ กลุ่มนี้มีการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเเล้ว เเต่ไม่ได้จดต่อเนื่องทุกปี แต่ปัจจุบันจดต่อแล้ว สมาชิกในกลุ่มมี 20 คน ในการขายก็มีเเหล่งส่งคือส่งเข้าสวนจิตรลดา รับไม่จำกัด และขายกันเอง ในการผลิต จะผลิตได้ 30 ผืน/คน/ปี และปัญหาของกลุ่มนี้ก็คล้าย ๆ กับหมู่บ้านข้างต้น คือ สีตกง่าย

ภาพที่6 สอบถามชาวบ้าน บ้านโคกเมฆ

ช่วงวันที่ 5 -10 เมษายน 2564 กรอกข้อมูลแบบฟอร์ม 01 เเละ 02 ลงระบบ Google Form และอบรมทักษะทั้ง 4  ด้าน

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่ของทั้ง 4 หมู่บ้าน

ผลจากการลงเก็บข้อมูลในแต่ละชุมชนพบว่า ชาวบ้านในแต่ละชุมชน มีอาชีพหลัก คือ การทำนา อาชีพเสริม คือ การเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย ไก่ การเลี้ยงไหม การทอผ้า การค้าขาย และการปลูกผักสวนครัว เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ชุมชนยังคงประสบปัญหาในด้าน การจัดการน้ำ แหล่งน้ำ และไฟฟ้า ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ และระบบชลประทาน ทำให้น้ำไม่พอใช้ตลอดปี ส่วนของไฟฟ้าที่มีปัญหาคือ ชาวบ้าน อยากได้ไฟฟ้าไปใช้ในงานเกษตร เช่น ตามไร่นา ตามสวน

แผนการในการดำเนินงานต่อไป

มีแผนการ​ดําเนิน​งาน​ใน​เดือน​ พฤษภาคม​ 2​564 โดย​ทําการ​ลงพื้น​ที่กลุ่มที่เป็นวิสาหกิจชุมชน/ที่ยังไม่เป็นวิสาหกิจชุมชนและสำรวจพื้นที่โคกหนองนาโมเดล ไป​กับ​การ​วิ​เคราะห์ ข้อ​มูล​ และ​สรุป​ผล​ ของ​ข้อ​มูล​ เพื่อ​ใช้​เป็น​ข้อมูล​พื้น​ฐาน​ใน​การ​วางแผน​ดําเนิน​งาน​ต่อ​ไป

อื่นๆ

เมนู