ED 05 ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

บทความประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2564

เรื่อง “ใบเตย” สมุนไพรที่ให้กลิ่นหอม

ข้าพเจ้า นางสาวปนัดดา  ปัดตานัง

กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

หลักสูตร ED : 05  คณะครุศาสตร์

           โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เพื่อสร้างรากแก้วให้ประเทศมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

          ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ มีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน โดยแต่ละหมู่บ้านจะมีการปลูกพืชผักสวนครัว ไม้อกไม้ประดับและพืชสมุนไพร ข้าพเจ้าได้ลงพื้นที่สำรวจพืชสมุนไพร ณ หมู่ที่ 4 บ้านบุไร่อ้อย จะมี กระชาย ฟ้าทะลายโจน ขิง ตะไคร้ และใบเตย

ที่มา นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2564

                 ใบเตย หรือเตยหอม มีเชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pandanus amaryllifolius จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก และขึ้นเป็นกอ มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ทนน้ำได้ดี ใบเตยมีลักษณะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว เรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด ใบยาวและมีสีเข้ม เป็นมัน ขอบใบเรียบ ใบมีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย Fragrant Screw Pine โดยสีเขียวจากใบเป็นสีที่มาจากคลอโรฟิลล์ ซึ่งสามารถนำมาเป็นส่วนผสมในอาการได้ ในต่างประเทศเตยหอมจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เช่น ในประเทศบังกลาเทศ จะเรียกว่า ketaki มักจะนำเตยหอมมาใช้ในการเพิ่มกลิ่นหอมของข้าวพิลาฟ หรือจ้าวปุเลา บิรยานี และพุดดิ้งมะพร้าว ส่วนในประเทศอินโดนีเซีย เรียกว่า pandan wangi ประเทศพม่าเรียกว่า soonmhway และในประเทศรีลังกาเรียกว่า rampe ในทุกท้องถิ่น มักจะนำมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งใบสดและใบแห้ง ในบางประเทศที่ไม่สามารถปลูกได้ก็จะมีการขายในรูปแบบของใบแช่แข็ง และส่วนใหญ่จะใช้เตยหอมมาปรุงกลิ่นในอาหาร เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลฌวีย ฟิลิปินส์ บังกลาเทศ เวียดนาม พม่า จีน ศรีลังกา รวมถึงในประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะประเทศไทยนั้น การนำกลิ่นของเตยหอมมาปรุงในข้าว และขนมบางชนิด รวมไปถึงการใช้ดับกลิ่น หรือนำไปเป็นวัสดุประกอบการทำพิธีทางศาสนา ถือว่าเตยหอมเป็นที่นิยมมาก

                                                         

ที่มา นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2564

การปลูกเตยหอม

              การปลูกจะนิยมป,กด้วยการแยกเหง้าหรือหน่อ เตยวามสารถขึ้นได้ดีในบริเวณที่น้ำชุ่มและทนต่อสภาพดินที่ชื้นแฉะได้เป็นอย่างดี แต่ควรเลือกพื้นที่ปลูกไม่ให้น้ำท่วมขังง่าย

การเตรียมแปลง

            แปลงปลูกเตยหอม ควรไถแปลง และตากหน้าดินก่อนประมาณ 5-10 วัน พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชออกให้หมดก่อนทำหารหว่านปุ๋ยคอกพร้อมการพรวนกลบ

การปลูก

             การปลูกเตยหอม ควรปลูกในช่วงฤดูฝน เพราะดินจะชื้นน้ำดี ทำให้ต้นเตยติด และตั้งตัวได้ง่าย ด้วยการขุดหลุมปลูกเป็นแถว ระยะหลุม และระยะแถวที่ 50 เซนติเมตร หรือที่ 30 x 50 เซนติเมตร ก่อนการนำต้นพันธุ์ของเตยหอมลงปลูก

การให้น้ำ

            หลังจากปลูกเตยหอมเสร็จแล้ว ควรรดน้ำทันที แต่ถ้าหากดินชื้นมากก็ไม่จำเป็นต้องรด และควรจะต้องรดน้ำเป็นประจำทุกๆ 7-10 วัน แต่จะต้องขึ้นอยู่กับความชื้นของดิน และฝนที่ตก

การใส่ปุ๋ย

            หลังจากการปลูกแล้ว 2-3 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยสูตร 24-12-12 รอบโคนต้น และจะให้อีกครั้งในช่วง 5-6 เดือน หลังการปลูก โดนจะใช้การหว่านทั่วแปลงหรือหยอดรอบโคนต้นหากเตยไม่แตกกอมาก

การเก็บใบเตยหอม

            หลังจากการปลูกแล้วประมาณ 8 เดือน ก็สามารถเริ่มเก็บใบเตยหอมได้ โดยมีวิธีเก็บ 2 วิธีคือ การเก็บแบบไว้หน่อ และการเก็บแบบไม่ไว้หน่อ

            1 การเก็บแบบไว้หน่อ คือ ให้เก็บใบเตยหอมโดยการใช้มีดตัดยอด โดยเลือกตัดเฉพาะใบที่ใหญ่มากหรือใบ                 ที่แก่สุด และให้เลือกกอหรือยอดที่เล็ดไว้ ซึ่งเพียง 4-5 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้อีกครั้ง โดยวิธีนี้เป็นวิธี                ที่นิยมใช้กันมากที่สุด

            2 การเก็บแบบไม่ไว้หน่อ คือ การตัดต้นเตยออกทั้งหมดออก เหลือเพียงเหง้าหรือโคนต้นไว้เพื่อให้แตกหน่อ                 ใหม่ วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมนัก เพราะต้องรอให้เตยแตกหน่อ ใหม่จะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้มีการเก็บอีก                   ครั้ง

ที่มา นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2564

ประโยชน์ของเตยหอม

          1 นำเตยหอมมาบด และคั้นแยกน้ำ ก่อนนำไปผสมทำขนมหรือของหวานต่างๆ เช่น ขนมเปียกปูน และขนมชั้น               เป็นต้น เนื่องจากให้สีสด และให้กลิ่นหอมเป็นธรรมชาติ

            2 นำเตยหอมมา 5-10 ใบมาบดและคั้นผสมน้ำ และกรองแยกน้ำออก ก่อนนำมาต้มอุ่น พร้อมกับเติมน้ำตาล                   เล็กน้อยตามความหวานที่ต้องการ เรียกว่า น้ำใบเตย

            3 นำใบมาห่อเป็นขนมหวาน เช่น ขนมตะโก้

            4 ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ ห้องรับแขก หรือในรถ เพื่อให้มีกลิ่นหอม

            5 นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ที่เรียกว่า Fragrant Screw Pine ให้กลิ่นอ่อนๆ มีประโยชน์ในดด้านอาหาร                   เครื่องสำอาง และยา

            6 นำเตยหอมมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ตากให้แห้งก่อนนำมาชงเป็นชาดื่ม

             7 สารสกัดจากใบเตยใช้เป็นสารป้องกันการหืนของอาหาร น้ำมันปาล์ม และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์

            8 สารสกัดจากใบเตยใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง และครีมทาผิว

            9 น้ำคั้นใบเตยนำมาผสมทำแชมพู สบู่ หรือครีมนวด

           10 ใบเตยสด นำมามัดกับดอกไม้ เพื่อใช้ถวายหรือบูชาพระ

ข้อควรระวังในการใช้เตยหอม

            1 ถึงแม้ว่าเตยหอมจะเป็นพืชจากธรรมชาติ แต่ก็ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมและไม่ควรบริโภคติดต่อกัน                   เป็นระยะเวลานานจนเกินไป

            2 ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือสตรีมีครรภ์และสตรีที่ให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนบริโภคหรือ                  ใช้ผลิตภัณฑ์จากเตย เพราะสารเคมีในเตยอาจส่งผลการทบต่อสุขภาพได้

            3 ในขั้นตอนการเตรียมการใช้ใบเตยควรล้างทำความสะอาดให้ดี อย่าให้สิ่งแปลกปลอมปะปนไป เพราะอาจ                     เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

การลงพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่บ้านของคุณยายชม โสภา

ที่มา นางสาวปนัดดา ปัดตานัง ถ่ายเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2564

             คุณยายชม โสภาได้มีการปลูกพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรต่างๆ เช่น กระเพรา กระชาย ฟ้าทะลายโจน และเตยหอม จากการสอบถามคุณยายชม เกี่ยวกับการนำเตยหอมไปใช้ประโยชน์ คือ ได้นำใบเตยหอมมาประกอบอาหาร เช่นการทำน้ำซุป คั้นน้ำมาทำขนม เพื่อให้ได้สีและกลิ่นที่หอมน่าทาน หรืออาจจะนำมาใช้ในการดับกลิ่นและนำไปใช้ในการจัดดอกไม้เพื่อนำไปวัด โดยปกติแล้วเตยหอมเป็นพืชที่ปลูกและขยายพันธุ์ง่าย และมีโยชน์หลายอย่าง ทำให้มีเพื่อนบ้านมาขอเพื่อนำไปปลูกที่บ้าน

            จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าขอบขอบคุณ คุณยายชม โสภา ที่ได้เสียสละเวลาและให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกและการขายพันธุ์เตยหอม และประโยชน์ต่างๆของเตยหอม จากบทความข้างต้น จะสะท้อนให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการนำเตยหอมมาใช้ประโยชน์ เตยหอม ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ว่าเป็นเป็นการนำมาเป็นส่วนประกอบของขนม หรือว่าจะเป็นการมัดรวมกับดอกไม้เพื่อนำไปถวายหรือการบูชาพระ เตยหอมถือว่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย แต่ก็ต้องใช้เวลานานถึง 4-5 เดือนกว่าจะได้มีการเก็บเกี่ยวอีกครั้ง

           ทั้งนี้ข้าพเจ้า ขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโครงการดีๆ แบบนี้ขอขอบพระคุณมากๆค่ะ

อ้างอิง

    https://www.kasetorganic.com/knowledge/toei-hom/

http://www.astoryth.com/?p=11943

https://www.disthai.com/17040525/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A2

อื่นๆ

เมนู